ร่างของสสาร
ชื่อเล่มก็ตั้งคำถามแล้ว ว่ามันคืออะไร ?
.
.
.
เปิดมาเรื่องแรกว่าด้วยนักเขียนที่พยายามเอาคดีดาราดังเสียชีวิตมาเป็นวัตถุดิบเขียนเรื่องสั้น
ซึ่งเรื่องแรกนี้เองที่เป็นเหมือนการบอกใบ้กับผู้อ่านว่า สิ่งที่จะได้เจอต่อจากนี้ คือการที่ผู้เขียนหยิบยก, อ้างอิง, ตัดตอน, ตีความ จากเรื่องราวอื่น (สสาร) มาประกอบสร้างเป็นเรื่องสั้น (ร่าง) เรื่องใหม่ให้ผู้อ่านได้ตีความ
.
ใช่ครับ 'ต้องตีความ'
.
งานของคุณชาคริตเรียกร้องการตีความไม่มากก็น้อย
.
เราจะแค่เคี้ยวคำเพื่อรับรสชาติแล้วคายทิ้งเลยก็ได้
หรือเราจะเคี้ยวมัน กลืนลงกระเพาะ ย่อยแล้วย่อยอีก ด้วยเอนไซม์การเมือง, เอนไซม์ประวัติศาสตร์, เอนไซม์จิตวิทยา เพื่อให้กลุ่มคำเหล่านั้นแตกสลายกลายเป็นสารอาหารไปเลี้ยงสมองก็ได้เช่นกัน
.
และเมื่อนั้นเราจะได้พบกับร่างอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ร่างของความเจ็บปวด, ร่างของความสุข, ร่างของความถวิลหา กระทั่งร่างของสุรชัย แซ่ด่าน
.
.
.
.
.
ในฐานะที่อ่านงานของคุณชาคริตมาหลายเล่ม ผมพบว่าเล่มนี้มีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น อารมณ์ของเรื่องก็มีความหลากหลาย ทั้งชวนขบขัน ชวนแขยง ซึ้ง เศร้า มากันหลายรสชาติมาก
การตีความในเล่มก็มีหลายระดับ บางเรื่องแค่สังเกตและเปรียบเทียบ บางเรื่องอาจต้องอาศัยความรู้ทางประวัติศาสตร์ร่วมด้วย ใครสนุกกับการแทนค่าสัญญะ เล่มนี้ก็ตอบโจทย์ครับ
.
เล่มนี้ยังมีงานทดลองหลากรูปแบบที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ ทั้งการตัดปะเอาเรื่อง non-fiction แทรกเข้ามา หรือการใช้ภาพถ่ายเล่าเรื่อง
.
.
.
ในเรื่องของมาตรฐานการทำงานถ้าเป็นชื่อของ 'ชาคริต แก้วทันคำ' ต้องบอกว่าไว้ใจได้ครับ ใส่ใจทุกรายละเอียดในการเลือกคำ การหยิบมาใช้
โดยรวมแล้วนี่คืองานมาตรฐานสูง ส่วนรสชาติจะถูกใจไหม อันนี้ก็แล้วแต่รสนิยม
.
.
.
.
.
ในทางวิทยศาสตร์ 'สสาร' หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีมวลและต้องการพื้นที่ในการดำรงอยู่ รวมเรื่องสั้นเล่มนี้คือการหา 'ร่าง' ให้กับสสารเหล่านั้น
หนึ่งเพื่อให้พวกมันมีพื้นที่ในการดำรงอยู่
สองเพื่อให้ผู้อ่านทราบถึงการมีอยู่ของพวกมันได้ชัดเจนขึ้น
และสามเพื่อเป็นการเก็บรักษาเรื่องราวของยุคสมัยอันกระจัดกระจายให้เป็นรูปเป็นร่าง